2007/Jan/07

สรุปแนวทางสอบของ รศ.ดร. ธงชัย วงศ์ชัยสุวรรณ

สรุปและนำมาฝากโดย ชาญชัย ภิรมจิตร์

ก. ให้ยกรูปแบบการปกครองท้องถิ่นในต่างประเทศที่ท่านคิดว่าดี มาปรับใช้กับการปกครองท้องถิ่นไทย

ให้เหตุผลประกอบ

จากการศึกษารูปแบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศต่าง ๆ ทั้งประเทศทางตะวันตกและประเทศในแถบเอเชีย ข้าพเจ้าเห็นว่า รูปแบบการปกครองท้องถิ่นในต่างประเทศที่ข้าพเจ้าเห็นว่าควรมีการนำมาปรับใช้กับการปกครองท้องถิ่นของไทย นั่นคือรูปแบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีบริบททางสังคม - การเมืองที่คล้ายคลึงกับประเทศไทยหลายประการ อาทิ เช่น ใช้รูปแบบการปกครองแบบรัฐเดี่ยว , ปกครองในระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข , ฝ่ายบริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยตรง เป็นต้น ดังนั้น หากจะมีการนำรูปแบบการปกครองท้องถิ่นบางประการมาปรับใช้กับประเทศไทย น่าจะบังเกิดผลดีมากกว่า

ก่อนจะกล่าวถึงการปรับปรุงระบบการปกครองท้องถิ่นของไทยในอนาคต ขอกล่าวถึงรูปแบบการปกครองของประเทศญี่ปุ่นในเบื้องต้น ดังมีรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้

1. การบริหารราชการแผ่นดิน

ประเทศญี่ปุ่นมีสถานะเป็นรัฐเดี่ยวมีการจัดโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินออกเป็น 2 ส่วน คือ การบริหารราชการส่วนกลาง และ การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น (ไม่มีส่วนภูมิภาคเหมือนดังประเทศไทย)

การบริหารราชการในส่วนกลางนั้น ญี่ปุ่นได้ใช้รูปแบบรัฐสภา ที่มีนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบในการบริหารราชการสูงสุด มาจากเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่ในสภา โดยนายกรัฐมนตรีจะบริหารงานของรัฐบาลผ่านกระทรวง , หน่วยงานและองค์กรบริหารงานส่วนต่าง ๆ

สำหรับในส่วนของการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นของญี่ปุ่น ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระดับ กลับใช้รูปแบบประธานาธิบดีตามอย่างสหรัฐอเมริกา ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกเทศมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

2. รูปแบบหน่วยการปกครองท้องถิ่น

รูปแบบของหน่วยการปกครองท้องถิ่นของญี่ปุ่น แยกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ รูปแบบทั่วไป และรูปแบบพิเศษ

2.1 รูปแบบทั่วไป

โครงสร้างของรูปแบบทั่วไปออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับบน ได้แก่ จังหวัด และระดับล่าง ได้แก่ เทศบาล ซึ่งการปกครองในระดับจังหวัดนี้จะมีพื้นที่การดำเนินการที่ครอบคลุมหน่วยการปกครองท้องถิ่นระดับเทศบาลทั้งหมดที่ขึ้นตรงกับจังหวัด แต่ลักษณะเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า เทศบาลเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดจังหวัด ฉะนั้นจังหวัดจึงไม่สามารถใช้อำนาจสั่งการเทศบาลได้ จะมีก็เฉพาะอำนาจในการให้คำแนะนำและแนวทางแก่เทศบาลเท่านั้น ดังนั้น ทั้งจังหวัดและเทศบาลจึงมีสถานะเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นที่เท่าเทียมกัน จะแตกต่างกันก็เฉพาะในด้านขนาดพื้นที่รับผิดชอบและศักยภาพในการให้บริการแก่ประชาชน

2.1.1 ระดับบน หรือ จังหวัด

ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางที่เชื่อมการติดต่อระหว่างรัฐบาลกลางกับเทศบาล และเป็นหน่วยงานที่ดำเนินกิจการครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง ดำเนินกิจการที่ต้องการมาตรฐานเดียวกัน และดำเนินกิจการที่ใหญ่เกินกว่าศักยภาพของเทศบาลจะกระทำได้ รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลกลาง ซึ่งปัจจุบัน ญี่ปุ่นมีจังหวัดทั้งสิ้น 47 จังหวัด

2.1.2 ระดับล่าง หรือ เทศบาล

เป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นระดับล่างสุดที่ให้บริการขั้นพื้นฐานทั่วไปแก่ประชาชน ปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ เทศบาลนคร , เทศบาลเมืองและเทศบาลหมู่บ้าน

2.2 รูปแบบพิเศษ

นอกจากหน่วยการปกครองท้องถิ่นทั่วไปที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว กฎหมายยังกำหนดให้มีหน่วยการปกครองรูปแบบพิเศษขึ้น เพื่อช่วยให้การดำเนินงานสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมกับท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งหน่วยการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษนี้ประกอบด้วย

2.2.1 เขตพิเศษ

2.2.2 สหภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

2.2.3 เขตทรัพย์สิน

2.2.4 บรรษัทพัฒนาท้องถิ่น

3. โครงสร้างภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจัดองค์กรปกครองท้องถิ่นประกอบด้วย สภาท้องถิ่นเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ และมีผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกเทศมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร โดยยึดระบบการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนเป็นหลักทั้งหัวหน้าฝ่ายบริหารและสภาท้องถิ่น ตามหลักการแบ่งอำนาจ (Seperation of powers) และหลักการถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน (check and balance) ซึ่งหลักการจัดองค์กรในรูปแบบนี้ ญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากรูปแบบประธานาธิบดีที่ใช้กันในสหรัฐอเมริกา แต่อย่างไรก็ดีในทางปฏิบัติจริง ฝ่ายบริหารกลับมีความเข้มแข็งมากกว่าฝ่ายสภา ทั้งนี้เนื่องจากอำนาจในการปฏิบัติกิจการต่าง ๆ ในท้องถิ่นเกือบทุกด้านนั้น เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร

กล่าวโดยสรุป จากรูปแบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นที่กล่าวมาพอสังเขป ในทัศนะของข้าพเจ้าเห็นว่า ควรมีการนำเอาข้อดีของประเทศญี่ปุ่นมาปรับปรุงรูปแบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศไทย ดังนี้

1. ปรับโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีการลดบทบาทของราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะส่วนภูมิภาคที่เข้ามาแข่งขันในการจัดทำบริการหรือการเข้ามากำกับดูแลหน่วยการปกครองท้องถิ่น โดยปรับให้มีบทบาทในฐานะส่งเสริมและสนับสนุนในเชิงทรัพยากร เทคนิควิทยาการและประสานนโยบายระหว่างท้องถิ่นกับส่วนกลาง เพราะจะทำให้การบริหารงานในระดับท้องถิ่นมีความเข้มแข็งและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น

2. จัดระบบการปกครองท้องถิ่นใหม่ เป็นระบบ 2 ชั้น (Two tier system) ได้แก่

2.1 องค์กรปกครองท้องถิ่นในระดับบน (Upper Level) หรือระดับส่วนที่ต้องทำภารกิจครอบคลุมทั้งจังหวัด หรือภาพรวมที่จะดำเนินภารกิจทั้งจังหวัด เป็นหน่วยงานที่ดำเนินกิจการครอบคลุมพื้นที่ของหน่วยการปกครองท้องถิ่นระดับล่าง และดำเนินกิจการที่ใหญ่เกินกว่าศักยภาพของระดับล่างหรือเทศบาลจะกระทำได้ซึ่งก็ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด

2.2 องค์กรปกครองท้องถิ่นระดับส่วนย่อยหรือระดับล่าง (Lower Level) อันได้แก่ เทศบาล โดยมีการยุบรวมและเปลี่ยนฐานะขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นเทศบาล รวมทั้งเมืองพัทยา มีภาระกิจในเขตการปกครองท้องถิ่นของตนเองในการให้บริการขั้นพื้นฐานทั่วไปแก่ประชาชน

สำหรับกรุงเทพมหานคร มีข้อเสนอให้มีการปรับโครงสร้างไปเป็นระบบ 2 ชั้น กล่าวคือ การปกครองท้องถิ่นชั้นบน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ในขณะที่การปกครองท้องถิ่นชั้นล่าง ควรจะมีการจัดตั้ง เทศบาล ขึ้นจำนวนหนึ่ง โดยอยู่เหนือเขตซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเพียงหน่วยการบริหารงานที่อยู่ภายใต้เทศบาล และกรุงเทพมหานคร

เมื่อพิจารณาถึงข้อเสนอในการปรุงปรุงการปกครองท้องถิ่นของไทยที่กล่าวมาทั้งหมด การดำเนินการปรับปรุง มิใช่เรื่องที่กระทำได้โดยง่าย เนื่องจากมีปัจจัยอื่นที่จะต้องพิจารณาหลายประการด้วยกัน เช่น การกระจายอำนาจที่เหมาะสม รายได้ จำนวนประชากร ความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา แบบแผนของโครงสร้างอำนาจ ตลอดจนสัมพันธภาพทางอำนาจที่มีอยู่ในสังคม เป็นต้น การดำเนินการ น่าจะเป็นการพิจารณาทั้งระบบอย่างมีสัมพันธ์ต่อกันและมีกระทบซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับบริบททางสังคม การเมืองในอนาคตอีกด้วย

Comment

Comment:

Tweet


#4 by (112.142.186.142) At 2010-04-16 09:21,
#3 by (125.26.189.106) At 2009-02-23 17:37,
ขอบคุณมากค่ารุ่นพี่
#2 by รปม.4 (58.147.41.253) At 2009-02-03 14:23,
#1 by (125.26.246.202) At 2009-01-20 14:25,