2007/Jan/07

สรุปแนวทางสอบของ ผศ.ดร. โกวิทย์ พวงงาม (ฉบับย่อ)

สรุปและนำมาฝากโดย ชาญชัย ภิรมจิตร์

ก. การปกครองท้องถิ่นเป็นความจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย หรือ เป็นเครื่องมือของรัฐบาล

ข. ให้ยกตัวอย่างการปกครองท้องถิ่นในต่างประเทศ 1 2 ประเทศที่คิดว่าการปกครองท้องถิ่นเป็นความจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย

ค. ท่านคิดว่า โครงสร้างการปกครองท้องถิ่นไทยในอนาคตควรเป็นอย่างไร

ก. ในทัศนะของข้าพเจ้า เห็นว่า การปกครองท้องถิ่นเป็นความจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากแนวความคิดของการปกครองท้องถิ่นที่จะอธิบายพอสังเขป ดังนี้

ความหมายของการปกครองท้องถิ่น

เดเนียล วิท (Daniel Wit) นิยามว่า การปกครองท้องถิ่น หมายถึง การปกครองที่รัฐบาลกลางให้อำนาจหรือกระจายอำนาจไปให้หน่วยการปกครองท้องถิ่น เปิดโอกาสให้ประชาชน ในท้องถิ่นได้มีอำนาจในการปกครองร่วมกันทั้งหมด หรือเป็นบางส่วนในการบริหารท้องถิ่น ตามหลักการที่ว่า ถ้าอำนาจการปกครองมาจากประชาชนในท้องถิ่นแล้ว รัฐบาลของท้องถิ่น ก็ย่อมเป็นรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน

วิลเลี่ยม วี. ฮอลโลเวย์ (William V. Holloway) นิยามว่า การปกครองท้องถิ่น หมายถึง องค์การที่มีอาณาเขตแน่นอน มีประชากรตามหลักที่กำหนดไว้ มีอำนาจการปกครองตนเอง มีการบริหารการคลังของตนเอง และมีสภาท้องถิ่นที่สมาชิกได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน

อุทัย หิรัญโต นิยามว่า การปกครองท้องถิ่น คือ การปกครองที่รัฐบาลมอบอำนาจให้ประชาชน ในท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งจัดการปกครองและดำเนินการ บางอย่าง โดยดำเนินการกันเอง เพื่อบำบัดความต้องการของตน การบริหารงานของท้องถิ่นมีการจัดเป็นองค์การมีเจ้าหน้าที่ ซึ่งประชาชนเลือกตั้งขึ้นมาทั้งหมด หรือบางส่วน ทั้งนี้มีความเป็นอิสระในการบริหารงาน แต่รัฐบาลต้องควบคุมด้วยวิธีการต่าง ๆ ตามความเหมาะสม จะปราศจากการควบคุม ของรัฐหาได้ไม่เพราะการปกครองท้องถิ่นเป็นสิ่งที่รัฐทำให้เกิดขึ้น

จากนิยามดังกล่าวข้างต้นสามารถสรุปหลักการปกครองท้องถิ่นได้ในสาระสำคัญ ดังนี้

1. อาจมีรูปแบบหน่วยการปกครองท้องถิ่นหลายรูปแบบตามความแตกต่างกันในด้านความเจริญ จำนวนประชากรหรือขนาดของพื้นที่

2. หน่วยการปกครองท้องถิ่นจะต้องมีอำนาจอิสระ (Autonomy) ในการปฏิบัติหน้าที่ ตามความเหมาะสม มีขอบเขตพอควร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยการปกครองท้องถิ่นอย่างแท้จริง

3. หน่วยการปกครองท้องถิ่นจะต้องมีสิทธิตามกฎหมาย (Legal Rights) ที่จะดำเนินการปกครองตนเอง สิทธิตามกฎหมายแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

- 2

3.1 สิทธิที่จะตรากฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ขององค์การปกครองท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ในการบริหารตามหน้าที่และ เพื่อใช้บังคับประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น เทศบัญญัติ ข้อบังคับ สุขาภิบาล เป็นต้น

3.2 สิทธิในการดำเนินการบริหารท้องถิ่น คือ อำนาจในการกำหนดงบประมาณ เพื่อบริหารกิจการตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยการปกครองท้องถิ่นนั้น ๆ

4. มีองค์กรที่จำเป็นในการบริหารและการปกครองตนเอง จัดแบ่งเป็นสองฝ่าย คือ องค์การฝ่ายบริหารและองค์การฝ่ายนิติบัญญัติ

5. ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการปกครองท้องถิ่นทั้งโดยตรงและโดยอ้อม

วัตถุประสงค์ของการปกครองส่วนท้องถิ่น

1. ช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล เทั้งในด้านการเงิน ตัวบุคคล ตลอดจนเวลาที่ใช้ในการดำเนินการ

2. เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

3. เพื่อความประหยัด โดยให้อำนาจหน่วยการปกครองท้องถิ่นจัดเก็บภาษีอากร ซึ่งเป็นวิธีการหารายได้ให้กับท้องถิ่นเพื่อ นำไปใช้ในการบริหารกิจการของท้องถิ่น ทำให้ประหยัดเงินงบประมาณของรัฐบาล ที่จะต้องจ่ายให้กับท้องถิ่นทั่วประเทศเป็นอันมาก

4. เพื่อให้หน่วยการปกครองท้องถิ่นเป็นสถาบันที่ให้การศึกษาการปกครองระบอบประชาธิปไตย แก่ประชาชน จากการที่การปกครองท้องถิ่น เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการปกครองตนเอง ไม่ว่าจะโดยการสมัครรับเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นเลือกเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายนิติบัญญัติของหน่วยการปกครองท้องถิ่นก็ตาม การปฏิบัติ หน้าที่ที่แตกต่างกันนี้มีส่วนในการส่งเสริมการเรียนรู้ถึงกระบวนการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยในระดับชาติได้เป็นอย่างดี

ความสำคัญของการปกครองส่วนท้องถิ่น

1. การปกครองท้องถิ่นคือรากฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย (Basic Democracy) เพราะการปกครองท้องถิ่นจะเป็นสถาบันฝึกสอนการเมืองการปกครองให้แก่ประชาชน ให้ประชาชนรู้สึกว่าตนมีความเกี่ยวพันกับส่วนได้ส่วนเสียในการปกครอง การบริหารท้องถิ่น เกิดความรับผิดชอบ และหวงแหนต่อประโยชน์อันพึงมีต่อท้องถิ่นที่ตนอยู่อาศัย อันจะนำมาซึ่งความศรัทธาเลื่อมใสในระบอบการปกครองประชาธิปไตยในที่สุด ซึ่งจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองในระดับชาติต่อไป

2. การปกครองท้องถิ่นทำให้ประชาชนในท้องถิ่นรู้จักการปกครองตนเอง (Self Government) การปกครองตนเองคือ การที่ประชาชนมีส่วนร่วม ในการปกครอง ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นนอกจากจะได้รับเลือกตั้งมาเพื่อรับผิดชอบบริหารท้องถิ่น โดยอาศัยความร่วมมือ ร่วมใจจากประชาชนแล้ว ผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องฟังเสียง ประชาชนด้วยวิถีทางประชาธิปไตยต่าง ๆ เช่น เปิดโอกาสให้ประชาชนออกเสียง

- 3

ประชามติ (Referendum) ให้ประชาชนมีอำนาจถอดถอน (Recall) ซึ่งจะทำให้ประชาชนเกิดความสำนึก ในความสำคัญของตนต่อท้องถิ่น ประชาชนจะมีส่วนรับรู้ถึงอุปสรรคปัญหาและช่วยกันแก้ไข ปัญหาของท้องถิ่นของตน

3. การปกครองท้องถิ่นเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาล เนื่องจากความจำเป็นบางประการ ดังนี้

3.1 ภารกิจของรัฐบาลมีอยู่อย่างกว้างขวาง นับวันจะขยายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จาก งบประมาณที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีตามความเจริญเติบโตของบ้านเมือง

3.2 รัฐบาลมิอาจจะดำเนินการในการสนองความต้องการของประชาชน ในท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึง เพราะแต่ละท้องถิ่นย่อมมีปัญหา และความต้องการ ที่แตกต่างกัน ท้องถิ่นย่อมรู้ปัญหาและเข้าใจปัญหาได้ดีกว่าผู้ซึ่งไม่อยู่ในท้องถิ่นนั้น จึงเป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นนั้นมากที่สุด

3.3 กิจการบางอย่างเป็นเรื่องเฉพาะท้องถิ่นนั้น ไม่เกี่ยวพันกับท้องถิ่นอื่น และไม่มีส่วนได้ ส่วนเสียต่อประเทศโดยส่วนรวม จึงเป็นการสมควรที่จะให้ประชาชนในท้องถิ่น ดำเนินการดังกล่าวเอง

4. การปกครองท้องถิ่นสามารถสนองความต้องการของท้องถิ่นตรงเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ เนื่องจากท้องถิ่นเป็นผู้ที่รู้ถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนเป็นอย่างดี การบริหารงานจึงจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและ มีประสิทธิภาพ

5. การปกครองท้องถิ่นจะเป็นแหล่งสร้างผู้นำทางการเมือง การบริหารของประเทศในอนาคต ผู้นำหน่วยการปกครองท้องถิ่นย่อมเรียนรู้ประสบการณ์ทางการเมือง การได้รับเลือกตั้ง การสนับสนุนจากประชาชนในท้องถิ่นย่อมเป็นพื้นฐานที่ดีต่ออนาคตทางการเมืองของตน และยังฝึกฝนทักษะทางการบริหารงานในท้องถิ่นอีกด้วย

6. การปกครองท้องถิ่นสอดคล้องกับแนวความคิดในการพัฒนาชนบท แบบพึ่งตนเอง

องค์ประกอบการปกครองส่วนท้องถิ่น

ระบบการปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องประกอบด้วย องค์ประกอบ 8 ประการ คือ

1. สถานะตามกฎหมาย (Legal Status) หมายความว่า หากประเทศใดกำหนดเรื่องการปกครองท้องถิ่นไว้ในรัฐธรรมนูญของประเทศ การปกครองท้องถิ่นในประเทศนั้นจะมีความเข้มแข็งกว่าการปกครองท้องถิ่นที่จัดตั้งโดยกฎหมายอื่น เพราะข้อความที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่า ประเทศนั้นมีนโยบายที่จะกระจายอำนาจอย่างแท้จริง

2. พื้นที่และระดับ (Area and Level) ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการกำหนดพื้นที่และระดับของหน่วยการปกครองท้องถิ่นมีหลายประการ เช่น ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เชื้อชาติ และความ

- 4

สำนึกในการปกครองตนเองของประชาชน จึงได้มีกฎเกณฑ์ที่จะกำหนดพื้นที่และระดับของหน่วยการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 2 ระดับ คือ หน่วยการปกครองท้องถิ่นขนาดเล็กและขนาดใหญ่

3. การกระจายอำนาจและหน้าที่ การที่จะกำหนดให้ท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับนโยบายทางการเมืองและการปกครองของรัฐบาลเป็นสำคัญ

4. องค์การนิติบุคคล จัดตั้งขึ้นโดยผลแห่งกฎหมายแยกจากรัฐบาลกลางหรือรัฐบาลแห่งชาติ มีขอบเขตการปกครองที่แน่นอน มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย ออกกฎ ข้อบังคับ ควบคุมให้มีการปฏิบัติตามนโยบายนั้น ๆ

5. การเลือกตั้งสมาชิกองค์การหรือคณะผู้บริหารจะต้องได้รับเลือกตั้งจากประชาชนในท้องถิ่น นั้น ๆ ทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อแสดงถึงการเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองของประชาชน โดยเลือกผู้บริหารท้องถิ่นของตนเอง

6. อิสระในการปกครองตนเอง สามารถใช้ดุลยพินิจของตนเองในการปฏิบัติกิจการภายในขอบเขตของกฎหมาย โดยไม่ต้องขออนุมัติจากรัฐบาลกลาง และไม่อยู่ในสายการบังคับบัญชาของหน่วยงานทางราชการ

7. งบประมาณของตนเอง มีอำนาจในการจัดเก็บรายได้ การจัดเก็บภาษีตามขอบเขต ที่กฎหมายให้อำนาจในการจัดเก็บ เพื่อให้ท้องถิ่นมีรายได้เพียงพอที่จะทำนุบำรุง ท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

8. การควบคุมดูแลของรัฐ เมื่อได้รับการจัดตั้งขึ้นแล้วยังคงอยู่ในการกำกับ ดูแลจากรัฐ เพื่อประโยชน์และความมั่นคงของรัฐและประชาชนโดยส่วนรวม โดยการมีอิสระ ในการดำเนินงานของหน่วยการปกครองท้องถิ่นนั้น ทั้งนี้มิได้หมายความว่ามีอิสระเต็มที่ทีเดียว คงหมายถึงเฉพาะอิสระในการดำเนินการเท่านั้น เพราะมิฉะนั้นแล้วท้องถิ่น จะกลายเป็น รัฐอธิปไตยไป รัฐจึงต้องสงวนอำนาจในการควบคุมดูแลอยู่

ดังนั้น จากความหมาย วัตถุประสงค์ ความสำคัญและองค์ประกอบของการปกครองท้องถิ่น จึงสรุปได้ว่า การปกครองท้องถิ่นจึงเป็นความจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย มากกว่า ที่จะเป็นเครื่องมือของรัฐบาล เนื่องจาก การปกครองท้องถิ่นเป็นรากฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นสถาบันที่ทำหน้าที่ฝึกฝน ให้การศึกษาเกี่ยวกับการเมืองให้แก่ประชาชนโดยทำให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง เกิดความสำนึกและเห็นความสำคัญ คุ้นเคยกับการใช้สิทธิทางการเมือง อันจะนำไปสู่ความศรัทธาและความเลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตย

- 5

ข. ตัวอย่างการปกครองท้องถิ่นในต่างประเทศที่คิดว่าการปกครองท้องถิ่นเป็นความจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย เช่น ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เนื่องจากเหตุผล ดังนี้

ประเทศญี่ปุ่น ถือได้ว่าเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเช่นเดียวกับประเทศไทย สำหรับการปกครองประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนี้เป็นผลมาจากการปฏิรูปของคณะยึดครองสหรัฐอเมริกา ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และสหรัฐอเมริกาได้เข้าครอบครองพร้อมกับปฏิรูประบบเศรษฐกิจ ระบบการเมือง และการบริหารของญี่ปุ่น โดยให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นมีอิสระที่จะปกครองตนเองตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย ด้วยระบบใหม่ที่ประกันสิทธิและเสรีภาพในการปกครองตนเองของประชาชน โดยรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1947 ที่ร่างโดยคณะยึดครองสหรัฐ ได้ระบุหลักการ ความเป็นอิสระของท้องถิ่น (Local Autonomy) และยังมีการออกกฎหมายสำคัญในการปกครองท้องถิ่น คือ กฎหมายปกครองตนเองของท้องถิ่น (Local Autonomy Law) ซึ่งมีการกำหนดโครงสร้างใหม่ของการบริหารส่วนท้องถิ่น และได้กระจายอำนาจของรัฐบาลกลางไปให้กับหน่วยการปกครองท้องถิ่นอย่างมาก ดังนั้น จากสิ่งที่กล่าวมา จึงเห็นได้ว่า ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศหนึ่งที่เห็นว่าการปกครองท้องถิ่นเป็นความจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย

สาธารณรัฐเกาหลี หรือ ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเกาหลีทางทิศตะวันออกของทวีปเอเชีย มีดินแดนทั้งหมด 222,000 ตารางกิโลเมตร ประชากรกว่า 71 ล้านคน ด้วยประชากรและดินแดนที่มากมายเช่นนี้ ทำให้การดูแลและจัดบริการสาธารณะให้เพียงพอแก่ความต้องการของประชาชนในประเทศ จึงเป็นภารกิจที่ท้าทายความสามารถของรัฐบาลเป็นอย่างมาก ดังนั้น การทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง เพื่อเป็นรากฐานในระบอบประชาธิปไตย จึงกลายเป็นทางเลือกหนึ่งที่รัฐบาลเกาหลีใต้ในยุคปัจจุบันกำลังพยายามทำให้เกิดขึ้น เช่นการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องถิ่นเพื่อให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมีสมรรถนะในการบริหารจัดการมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็พยายามจะทำให้เกิดความเป็นประชาธิปไตยไปพร้อม ๆ กันด้วย จึงเห็นได้ว่า เกาหลีใต้ถือเป็นประเทศหนึ่งที่เห็นว่าการปกครองท้องถิ่นเป็นความจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย

ค. สำหรับโครงสร้างการปกครองท้องถิ่นไทยในอนาคตควรมีรูปแบบ ดังนี้

1. การจัดชั้นหรือโครงสร้างภายในขององค์กรปกครองท้องถิ่น ควรมีการจัดชั้นหรือโครงสร้างเป็นแบบสองชั้น กล่าวคือ

1.1 องค์กรปกครองท้องถิ่นในระดับบน (Upper Level) หรือระดับส่วนที่ต้องทำภารกิจครอบคลุมทั้งจังหวัด หรือภาพรวมที่จะดำเนินภารกิจทั้งจังหวัด ซึ่งก็ได้แก่ อบจ.

- 6

1.2 องค์กรปกครองท้องถิ่นระดับส่วนย่อยหรือระดับล่าง (Lower Level) อันได้แก่ อบต.และเทศบาล รวมทั้งเมืองพัทยา ที่จัดทำภารกิจในเขตการปกครองท้องถิ่นของตนเอง

สำหรับกรุงเทพมหานคร มีข้อเสนอให้มีการปรับโครงสร้างไปเป็นระบบ 2 ชั้น กล่าวคือ การปกครองท้องถิ่นชั้นบน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ในขณะที่การปกครองท้องถิ่นชั้นล่าง ควรจะมีการจัดตั้ง เทศบาล ขึ้นจำนวนหนึ่ง โดยอยู่เหนือเขตซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเพียงหน่วยการบริหารงานที่อยู่ภายใต้เทศบาล และกรุงเทพมหานคร

2. จำนวนและขนาดของหน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น

2.1 ให้ยุบรวมและเปลี่ยนฐานะขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โดยมีการยุบรวมและเปลี่ยนฐานะเป็นเทศบาล

2.2 พิจารณาเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การจัดตั้งเทศบาล เช่น เทศบาลนครจากเดิมที่ถือเกณฑ์ประชากรเพียง 50,000 คน ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นเขตเมืองที่มีประชากร 100,000 คน ขณะที่เทศบาลเมืองจากเดิมที่มีประชากร 20,000 คน ก็ควรจะเพิ่มจำนวนเป็น 50,000 คน เป็นต้น

2.3 เทศบาลตำบล รวมทั้ง อบต.ที่มีขนาดเล็ก ซึ่งกระจายกันอยู่ทั่วประเทศ ก็ควรจะมีการรวมตัวกันกลายเป็นเทศบาล โดยการยุบรวมจะต้องมีหลักคิดเพื่อใช้เป็นฐานการพิจารณา อาทิเช่น

2.3.1 จำนวนประชากร ควรจะมีขนาดของจำนวนประชากรที่ตนต้องดูแลรับผิดชอบจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยจนเกินไป

2.3.2 รายได้ องค์กรปกครองท้องถิ่นจะเติบโตและเข้มแข็งได้ต้องมีรายได้เป็นของตนเองที่เพียงพอต่อภารกิจที่ตนต้องรับผิดชอบจัดทำ การประมาณการณ์รายได้ภายหลังการยุบรวมจะต้องสอดคล้องกับภารกิจที่ได้รับ

2.3.3 วัฒนธรรมท้องถิ่นและเอกลักษณ์ท้องถิ่น เนื่ององค์กรปกครองท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรในระดับโครงสร้างส่วนล่าง ต้องเป็นองค์กรที่มีความผสมกลมกลืนกับชุมชนท้องถิ่น ดังนั้น การยุบรวมจึงจำเป็นต้องพิจารณาถึง พื้นที่ โดยอยู่บนฐานของลักษณะทางวัฒนธรรมและความเป็นชุมชนท้องถิ่นที่สอดคล้องและสามารถผสมกลมกลืนกันได้ มิใช่พิจารณาตามการกำหนดพื้นที่ตามหลัก การปกครองท้องถิ่น ซึ่งถูกขีดเส้นโดยราชการส่วนกลางแบ่งพื้นที่เป็นหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ การปกครองท้องถิ่นและการปกครองท้องถิ่นที่ไม่ควรจะปะปนและซ้อนทับกันดังที่เป็นมา

3. การจัดโครงสร้างภายในองค์กรปกครองท้องถิ่น

การจัดโครงสร้างภายในองค์กรปกครองท้องถิ่น ควรจะใช้รูปแบบสภา-ผู้บริหาร (Council-executive form) โดยให้ผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยตรง โดยต้องมีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ฝ่ายบริหารท้องถิ่นสามารถบริหารท้องถิ่นได้ตามที่ได้เสนอนโยบายต่อประชาชนไว้ก่อนการเลือกตั้ง อีกทั้งปรับปรุงกฎหมายให้ฝ่ายสภาสามารถตรวจสอบการดำเนินการของฝ่ายบริหาร ทั้งนี้

- 7

การปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวจะออกมาในรูปแบบใดหรือมีความเหมาะสมเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคม - การเมืองในอนาคต

Comment

Comment:

Tweet


ขอบคุนนะที่เอามาฝาก
#1 by Bazii3 - - - >> ! ด ะ ขี้ || J* At 2007-01-07 15:39,